อาการเจ็บหลังจากการออกกำลังกาย รู้ไว้รับมือได้ทัน !

หลายคนย่อมรู้ดีกันแล้วว่าแผ่นหลังของคนเรานั้นประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อแผ่นใหญ่หลายมัด ซึ่งกล้ามเนื้อเหล่านี้ก็จะมีหน้าที่ในการช่วยพยุงกระดูกสันหลังและช่วยทำให้ลำตัวของมนุษย์นั้นสามารถตั้งตรงได้ และที่สำคัญในชีวิตประจำวันของคนเรานั้น ยังมีการใช้งานกล้ามเนื้อหลังอยู่ตลอดเวลาอย่างที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นั่นเป็นเพราะในทุกๆ วันเราจำเป็นที่จะต้องพยุงลำตัวและเคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากนี้ แผ่นหลังของเราอาจจะถูกใช้ในการรับแรงต้านในช่วงเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายลดน้ำหนักที่มีการกระทบกระแทกโดยตรงอีกด้วย ซึ่งทำให้มีโอกาสในการบาดเจ็บที่แผ่นหลังอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะปัจจุบันกระแสการออกกำลังกายลดน้ำหนักที่มีเพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้หลายคนลดน้ำหนักในแบบหักโหมจนก่อให้เกิดการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ตามมา ไม่เว้นแม้แต่แผ่นหลัง

อาการบาดเจ็บหลังที่พบบ่อย

1.กล้ามเนื้อหลังเกิดการอักเสบ ในส่วนอาการบาดเจ็บบริเวณนี้จะมีอาการปวดหลังตั้งแต่บริเวณบั้นเอวขึ้นไป ซึ่งอาจจะมีอาการปวดข้างเดียวหรือทั้งสองข้างเลยก็ได้ ในส่วนของอาการปวดนั้นมีได้ตั้งแต่ปวดเมื่อยจนกระทั่งรุนแรงแบบปวดตลอดเวลา และมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง สาเหตุมาจากการที่ใช้กล้ามเนื้อหลังผิดวิธี ไม่มีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อแผ่นหลังก่อนและหลังออกกำลังกาย

2.มีอาการปวดกลางบั้นเอว อาการปวดกลางบั้นเอวหรือกระเบนเหน็บนั้น จะมีอาการปวดเฉพาะกึ่งกลางบั้นเอว มักมีอาการปวดเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวหรือเอี้ยวตัว สาเหตุเพราะเกิดจากการเคลื่อนของกระดูกอ่อนบริเวณหลังส่วนที่ต่อกับกระดูกเชิงกราน ซึ่งเป็นส่วนที่เคลื่อนไหวอยู่เสมอ จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บบ่อยกว่าบริเวณอื่นๆ

วิธีป้องกันอาการบาดเจ็บที่หลัง

เมื่อมีอาการปวดที่หลัง แนะนำให้ทำการหยุดออกกำลังกายทันที อย่าหักโหม และอย่าคิดว่าทนนิดเดียวน่าจะไม่เป็นไร ไม่ว่าการออกกำลังกายนั้นจะเป็นความตั้งใจในการลดน้ำหนักก็ตาม เพราะอย่างไรแล้วความปลอดภัยของร่างกายย่อมต้องมาก่อนเสมอ เมื่อทำการหยุดออกกำลังกายแล้วให้ประคบด้วยน้ำแข็งประมาณ 15-30 นาที จากนั้นให้รีบทานยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน ให้รีบพบแพทย์ทันที

เมื่อรักษาอาการปวดหลังจนหายดีแล้ว ควรทำการบริหารกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหลังซ้ำอีกครั้ง และในส่วนกีฬาที่ควรหลีกเลี่ยงในกลุ่มผู้ที่มักประสบปัญหาปวดหลังก็คือ โบว์ลิ่ง เทนนิส กอล์ฟ และกีฬายกน้ำหนัก แต่แนะนำให้เปลี่ยนมาเล่นกีฬาชนิดอื่น เช่น เดิน ว่ายน้ำ พายเรือ หรือขี่จักรยาน วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ดี

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบไปพบแพทย์

1.มีอาการปวดหลังเรื้อรังติดต่อกันนาน 3 เดือน

2.มีอาการปวดร้าวลงสะโพก ขา จนถึงน่องหรือเท้า

3.มีอาการปวดเฉียบพลันและไม่ทุเลาลงแม้ได้พัก

4.ปวดหลังหลังจากเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม

5.มีอาการปวดร่วมกับมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ มีอาการขาอ่อนแรงและรู้สึกชาที่ขา เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าอาการบาดเจ็บแผ่นหลังนั้นมีอะไรบ้าง และคุณควรรับมืออย่างไร จากนี้ไปหากต้องการออกกำลังกายไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพหรือเพื่อการลดน้ำหนัก ก็ควรใส่ใจแผ่นหลังด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหลังกันอีกต่อไป

goin up